โอทอป สินค้าชุมชน
สถานที่ท่องเที่ยว
กระดานเสวนา
ติดต่อ-สอบถาม
หน้าหลัก
Home
ข้อมูลทั่วไป
Information
บุคลากร
Personnel
แผนพัฒนา
Plan
งานการคลัง
Finance
รายงาน
Report
ศูนย์ข้อมูล
Data Center
 
  องค์การบริหารส่วนตำบลดงรัก อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ : www.dongrak.go.th
 
 



สภาพทางเศรษฐกิจ

ระบบเศรษฐกิจ

    6.1  การเกษตร

ตำบลดงรักมีพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด 24,689 ไร่ แบ่งเป็น

1) พื้นที่อยู่อาศัย  มีเนื้อที่ประมาณ 2,121 ไร่ หรือร้อยละ 7.23

                2) พื้นที่เกษตรกรรม  มีเนื้อที่ประมาณ 24,900 ไร่ หรือร้อยละ 84.96

                3) พื้นที่แหล่งน้ำ  มีเนื้อที่ประมาณ 624 ไร่ หรือร้อยละ  2.19

                4) พื้นที่อื่นๆ  มีเนื้อที่ประมาณ 1,842 ไร่ หรือร้อยละ  6.28

          ประชากรตำบลดงรัก  ส่วนใหญ่ร้อยละ 75  ประกอบอาชีพเกษตรกรรม  ทำไร่ยางพาราเป็นอาชีพหลักในครัวเรือน  รองลงมา ปลูกมันสำปะหลัง  ทำนา  ทำการเกษตร  และประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป  ค้าขาย  ตามลำดับ

    6.2  การประมง

          เนื่องจากพื้นที่ตำบลดงรัก  เป็นเทือกเขา  และแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ  มีแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่จำนวนหลายแห่ง  มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติเป็นอย่างมาก  และมีเขื่อนต้นน้ำห้วยศาลาซึ่งเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่และมีปลา และสัตว์น้ำอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก  ทำให้ประชากรว่างเว้นจากงานประจำในด้านการทำการเกษตรกรรมแล้ว  ยังมีการหาอาชีพเสริมด้วยการหาปลาตามแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อไว้รับประทาน  เหลือแล้วยังสามารถขายและแบ่งปันให้กับเพื่อนบ้าน  เป็นการสร้างรายได้อีกทางหนึ่งให้กับครอบครัว

           การประมงในตำบลดงรักส่วนใหญ่จะนิยมเลี้ยง ปลานิล ปลาไน ปลาตะเพียน ปลาดุก และ กบ  ลักษณะ

การเลี้ยงไว้บริโภคในครัวเรือนและจำหน่ายเป็นรายได้เสริม การเลี้ยงปลา จะมีการเลี้ยงแบบพื้นเมืองอยู่บ้าง โดยเฉพาะการเลี้ยงปลาดุกและปลาอื่นๆ ตามธรรมชาติแต่มีอยู่ไม่มาก

 

 

    6.3  การปศุสัตว์

     การเลี้ยงสุกร   เกษตรกรจะเลี้ยงแบบฟาร์มขนาดเล็ก  ใช้ทุนไม่มากเลี้ยงไว้เพื่อจำหน่ายและ  เพื่อบริโภคในชุมชน

     การเลี้ยงไก่และเป็ด  เกษตรกรจะเลี้ยงเป็นพันธุ์พื้นเมือง ลักษณะการเลี้ยงไว้บริโภคในครัวเรือนและจำหน่ายเป็นรายได้เสริม โดยจะปล่อยให้หากินตามธรรมชาติ 

     การเลี้ยงโคกระบือ  เกษตรกรส่วนใหญ่จะเลี้ยงพันธุ์พื้นเมือง   บางส่วนจะเลี้ยงโคลูกผสมพื้นเมืองกับอเมริกันบรามันห์   ส่วนมากจะเลี้ยงปล่อยหาอาหารกินตามธรรมชาติให้อาหารเสริมและเกลือแร่บ้าง   จะมีบางส่วนที่เลี้ยงไว้เพื่อจำหน่ายและเพื่อบริโภคในชุมชน เกษตรกรจะเลี้ยงกระบือเพื่อจำหน่าย  ซึ่งยังเหลืออยู่น้อย  การเลี้ยงส่วนใหญ่จะปล่อยให้หากินตามธรรมชาติ

   

    6.4  การบริการ

        ในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลดงรักมีแหล่งให้บริการ เช่น ร้านอาหาร  ร้านเสริมสวย ที่ให้บริการสำหรับประชาชนและผู้คนที่เข้ามาเยี่ยมเยียนในเขตตำบลดงรัก ดังนี้

          ร้านอาหารตามสั่ง                                                จำนวน 5 แห่ง

          ร้านเสริมสวย                                                     จำนวน  2 แห่ง

     6.5  การท่องเที่ยว

          ตำบลดงรักมีพื้นที่และอาณาเขตที่กว้างขวาง  มีความอุดมสมบูรณ์  มีทั้งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่หลากหลาย โดยเฉพาะ ป่าไม้ แหล่งต้นน้ำทางธรรมชาติ เขื่อนห้วยศาลา แหล่งท่องเที่ยว เป็นต้น

   แหล่งท่องเที่ยวภายในตำบลดงรัก

1. เขื่อนห้วยศาลา                   4. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา

2.น้ำตกนาตราว                     5. พลาญธรรมเจน

3. น้ำตกห้วยสวาย

         6.6  อุตสาหกรรม

    ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลดงรักไม่มีอุตสาหกรรม  แต่มีการประกอบโรงสี (ขนาดครัวเรือน) จำนวน  6  แห่ง 

      

 

 

 

 

 

    6.7  การพาณิชย์และกลุ่มอาชีพ

ภายในตำบลดงรัก มีหน่วยธุรกิจการค้าพอประมาณ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสถานประกอบการขนาดเล็กตามสภาพของชุมชนชนบททั่วไปของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนประกอบการพาณิชย์กรรมที่สำคัญ ได้แก่ ร้านค้าของชำ ปั๊มน้ำมัน ร้านค้าวัสดุ โรงสีข้าวขนาดเล็ก ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ เพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว ทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ชุมชนยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนักการขยายตัวอย่างช้าๆ สภาพทางเศรษฐกิจและธุรกิจในเขตองค์การบริการส่วนตำบล แยกออกได้เป็น   ดังนี้

สถานที่

แห่ง

สถานที่

แห่ง

ร้านค้าที่ทำกิจการร้านขายของชำ

66

ร้านรับซ่อมเครื่องยนต์

7

ปั๊มน้ำมันและก๊าซ (ปั๊มแบบมีหัวจ่าย)

23

ปั๊มน้ำมันและก๊าซ (SML)

5

ปั๊มหลอด

1

โรงสี (ขนาดครัวเรือน)

6

เสาส่งสัญญาณโทรศัพท์

5

ลานมัน

2

ร้านอาหารตามสั่ง

5

บ้านให้เช่า

3

ร้านเสริมสวย

2

ร้านขายปลีกเสื้อผ้า

1

โรงเรือนผลิตโต๊ะหินอ่อน

1

ฟาร์มจระเข้

1

โรงเรือนและคอนกรีตรับซื้อยางพารา

12

ร้านอินเตอร์เน็ต

1

ร้านเช่าชุด

1

ร้านจำหน่ายอุปกรณ์ก่อสร้าง

2

ตู้เติมน้ำ

1

ฟาร์มโค

1

   6.8 แรงงาน

แรงงานส่วนใหญ่ของตำบลดงรักเป็นแรงงานภาคเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ เป็นแรงงานที่สั่งสมการประสบการณ์จากการทำงาน ไม่มีการฝึกฝนฝีมือแรงงานที่ถูกต้อง หลังจากสิ้นฤดูทำเกษตรกรรม แรงงานส่วนหนึ่งจะอพยพเข้าสู่กรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่ จากข้อมูลการประกอบอาชีพของประชาชนในตำบลดงรัก พบว่า อาชีพรับจ้างทั่วไปเป็นอาชีพที่ประชาชนในตำบลดงรักประกอบเป็นอาชีพรองลงมาจากการทำเกษตรกรร

7. ศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม

     7.1 การนับถือศาสนา

               องค์การบริหารส่วนตำบลดงรัก มีผู้นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 99 ศาสนาคริสต์ ร้อยละ 1 และมีสถาบันและองค์กรทางศาสนา ดังนี้

  • วัดและสำนักสงฆ์ จำนวน 7 แห่ง ดังนี้

(1)   วัดบ้านนาตราว                   ตั้งอยู่ที่ บ้านนาตราว (ม.1)

(2)   สำนักสงฆ์ป่ามิ่งเมือง              ตั้งอยู่ที่ บ้านนาตราว (ม.1)       

(3)   วัดเขาพนมดงรัก                  ตั้งอยู่ที่ บ้านคูสี่แจ (ม.4)

(4)   วัดบ้านกลาง                      ตั้งอยู่ที่ บ้านกลาง (ม.5)

(5)   วัดป่าบ้านกลาง                   ตั้งอยู่ที่ บ้านกลาง (ม.5)

(6)   สำนักสงฆ์บ้านแซรสะโบว        ตั้งอยู่ที่ บ้านแซรสะโบว (ม.6)

(7)   สำนักสงฆ์บ้านโนนจำปา         ตั้งอยู่ที่ บ้านโนนจำปา (ม.7)

  • โบสถ์         -       แห่ง
  • มัสยิด         -       แห่ง
  • ศาลเจ้า       -       แห่ง

           7.2 ประเพณีและงานประจำปี

ความเชื่อเรื่องบุญเรื่องกรรม การสร้างสมบุญบารมีในกิจการทางศาสนาพุทธนั้น เป็นสิ่งที่ชาวตำบลดงรักให้ความสำคัญ งานบุญงานกุศลใดก็ตามจะได้รับความร่วมมือจากทุกคนเป็นอย่างดี ด้วยความเชื่อว่าหากสร้างสมบุญได้มากก็จะทำให้สบายใจและมั่นใจได้ว่าภพชาติหน้าตนจะมีความสุขยิ่งๆ ขึ้นไป

โดยส่วนใหญ่แล้วประเพณีหรือพิธีกรรมของชาวตำบลดงรักจะเป็นประเพณีเกี่ยวกับการประกอบอาชีพทางการเกษตรและศาสนา ที่เด่นชัดที่สุด คือ ประเพณีที่เกี่ยวข้องกับการทำนา โดยถือปฏิบัติตามประเพณีหรือขนบธรรมเนียมโบราณ มีดังนี้

ประเพณีสงกรานต์ / บุญสรงน้ำ / บุญฮดสรง

จะจัดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ซึ่งถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย พระสงฆ์จะนำพระพุทธรูปออกจากโบสถ์มาไว้บริเวณที่เหมาะสม เช่น หน้าโบสถ์ และจัดหาขันเงินหรือขันโลหะใบใหญ่ใส่น้ำ ดอกไม้ น้ำอบน้ำปรุง และขันเงินใบเล็กๆ เตรียมไว้ให้ญาติโยมมาตั้งน้ำสรงพระพุทธรูปนั้น หรือชาวบ้านอาจจะเตรียมน้ำอบน้ำปรุงมาเองด้วยก็ได้ จากนั้นก็ร่วมกันสรงน้ำพระพุทธรูป หรือสรงน้ำตามโอกาสสะดวกในช่วงกลางวัน ระหว่างนี้ชาวบ้านอาจจะพากันเล่นดนตรีเพื่อความสนุกสนาน ลูกหลานจะทำการไปเยี่ยมและรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ จากนั้นจึงเล่นสาดน้ำกัน โดยมากในวันสงกรานต์นี้จะมีการทำบุญใส่บาตรในตอนเช้าด้วยเพื่อเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นปีใหม่ ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประสบแต่ความสุขความเจริญ ความก้าวหน้า พ้นจากทุกข์ภัยทั้งหลาย หากผู้ใดที่ประสบความทุกข์ยากประการใดอยู่ก็จะขอพรให้หลุดพ้นจากความทุกข์นั้นและมีความเจริญรุ่งเรืองขึ้น

ประเพณีบุญบั้งไฟ

เกษตรกรจะต้องจัดการเสี่ยงทายบั้งไฟเพื่อทราบสภาวะน้ำเพื่อการเกษตรประจำปี เป็นการบูชาขอให้พญาแถนบันดาลฝนให้ตกลงมา และเพื่อเตรียมตัวในการทำเกษตรให้สอดคล้องกับผลการเสี่ยงทายนั้น สำหรับตำบลดงรักนั้น องค์การบริหารส่วนตำบลดงรักจะเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ ที่ บริเวณฐานจุดบั้งไฟ บ้านดงรัก (ม.2) ก่อนจุดบั้งไฟจะมีการร้องถามจากพญาแถนและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าน้ำจะดีหรือไม่

ประเพณีบุญเข้าพรรษา

วันเข้าพรรษาเป็นพิธีกรรมของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาที่ต้องจำพรรษาที่วัด ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมทำคุณงามความดีเพื่อช่วยเหลือพระสงฆ์อีกทางหนึ่งด้วย วันเข้าพรรษาจะเริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 เรียกว่า ครบไตรมาส คือ 3 เดือนนี่เป็นการเข้าพรรษาต้น ส่วนการเข้าพรรษาหลังเริ่มตั้งแต่วันแรมค่ำ 1 เดือน 9 จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 ขนมที่นิยมทำเพื่อนำมาใส่บาตร ได้แก่ ขนมเทียน และข้าวต้มมัด พร้อมด้วยสิ่งของที่ที่นิยมเตรียมมาใส่บาตรด้วยส่วนใหญ่ คือ ข้าวของเครื่องใช้ที่ผู้ทำบุญพิจารณาว่าจำเป็นสำหรับการจำพรรษา เช่น สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน รองเท้า ไฟฉาย ยาสามัญประจำบ้าน ผ้าไตรจีวร ผ้าอาบน้ำฝน ผ้าขนหนู ขันน้ำ ธูป 1 ห่อ และเทียนพรรษา 1 คู่ เป็นต้น สำหรับเทียนทำบุญวันเข้าพรรษานั้นถวายเพื่อจุดบูชาพระตลอด 3 เดือน เมื่อแห่เทียนมาถึงวัด ชาวบ้านจะรับศีลรับพรจากพระสงฆ์ และฟังธรรม ตอนค่ำจะเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ

มีความเชื่อว่าการทำบุญในช่วงเข้าพรรษานั้นส่งผลบุญมาก ได้ผลเร็ว เพราะพระสามารถใช้สิ่งของที่ถวายได้เลย และหากมิได้มีความเร่งรีบมากแล้วชาวบ้านก็มักจะทำการเตรียมข้าวของที่จะถวายพระเอง หรืออาจมีการซื้อของที่จัดไว้จำหน่ายสำเร็จรูปแล้วมาเสริมด้วยเช่นกัน

 

 

               ประเพณีบุญออกพรรษา                                                                                                 บุญออกพรรษาในเดือนสิบเอ็ด เป็นโอกาสที่พระภิกษุสงฆ์จะแสดงอาบัติและว่ากล่าวตักเตือนกัน

ชาวบ้านจะจัดประเพณีตักบาตรเทโว ในช่วงนี้ตำบลดงรักจะมีประเพณีการกวนข้าวทิพย์ (ข้าวมธุปายาส) ซึ่งเป็นประเพณีที่สร้างความสามัคคีในหมู่บ้าน โดยชาวบ้านจะร่วมกันนำเอาวัสดุข้าวของต่างๆ มาร่วมทำบุญ ได้แก่  น้ำนมโคสด (ปัจจุบันใช้นมข้นหวานแทน) น้ำผึ้ง น้ำอ้อย ชะเอมเทศ น้ำตาลกรวด น้ำตาลหม้อ ข้าวตอก ข้าวเม่า ธัญพืชต่างๆ  ผลไม้สด ผลไม้แห้ง เป็นต้น ทั้งนี้แล้วแต่ความเหมาะสมเท่าที่จะหาได้หรือปรับปรุงให้มีรสชาติ หอมหวาน อร่อย ตามความต้องการของผู้กวนในแต่ละหมู่บ้าน เมื่อเสร็จและถวายเป็นพุทธบูชาก็แบ่งปันกันไปรับประทานเพื่อความเป็นสิริมงคล ข้าวทิพย์มธุปายาสนี้เชื่อกันว่า เมื่อทำครบถ้วนตามพิธีแล้ว จะเป็นสิริมงคลแด่ผู้ทำและผู้บริโภค สมควรจะเซ่นสรวงเทพารักษ์ ผู้ที่ได้บริโภคข้าวทิพย์แล้ว จะประสบโชคลาภต่างๆ นานา ปราศจากโรคาพยาธิ ภัยพิบัติ ประสบสิ่งที่เป็นมงคล                                                                                      พิธีกวนข้าวทิพย์ได้ยึดถือปฏิบัติเป็นประเพณีสืบต่อกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในหมู่ของชาวพุทธทั่วไป เพื่อระลึกถึงสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและเหตุการณ์ที่นางสุชาดาได้กวนข้าวทิพย์ในวันขึ้น 14 ค่ำ แล้วนำไปถวายพระพุทธเจ้าก่อนที่จะตรัสรู้ 1 วัน โดยถือว่ามีผลานิสงฆ์มาก ด้วยเหตุนี้ชาวพุทธจึงพร้อมใจกันกวนข้าวทิพย์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เทิดทูนพระเกียรติคุณด้วยความกตัญญูกตเวทิตาธรรม 

ประเพณีบุญกฐิน                                                                                                          บุญกฐินนี้มีกำหนดให้ทำได้เฉพาะในช่วงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึง 15 ค่ำ เดือน 12 ของทุกปี เป็นงานบุญใหญ่ที่จัดขึ้นเพื่ออุทิศบุญกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ โดยเชื่อว่าผู้ใดได้ทำบุญกฐินจะไม่ตกนรกและจะได้รับผลบุญที่ทำในชาตินี้ไว้เก็บกินในชาติหน้า ช่วงใกล้เคียงกันจะมีการจัดประเพณีลอยกระทง

      7.3 ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภาษาถิ่น

               ภูมิปัญญาท้องถิ่นของตำบลดงรักเป็นภูมิปัญญาที่ชาวบ้านคิดขึ้นและนำมาใช้ในการแก้ปัญหา เป็นเทคนิควิธี-องค์ความรู้ของชาวบ้าน ทั้งทางกว้างและทางลึกที่ชาวบ้านคิดเอง ทำเอง โดยอาศัยศักยภาพที่มีอยู่แก้ปัญหาการดำเนินชีวิตในท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสมกับยุคสมัย ซึ่งได้สืบทอดและเชื่อมโยงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ภูมิปัญญาของตำบลดงรักที่ยังคงหลงเหลือและสืบทอดต่อๆ กันมาเป็นภูมิปัญญาเกี่ยวกับ กระจ้ำ (ผู้นำจิตวิญญาณ) คือ ผู้ที่มีความรู้ในด้านหมอพราหมณ์ เป็นผู้นำในการประกอบพิธีต่างๆ ในหมู่บ้าน รวมทั้งทำพิธีสะเดาะเคราะห์ต่อชะตา ทำพิธีปัดรังควาน

ภาษาถิ่นของตำบลดงรัก ภาษาส่วย  เขมร  ลาว เป็นภาษาของคนส่วนใหญ่ ในปัจจุบันชาวตำบล   ดงรักโดยเฉพาะวัยรุ่นได้หันมาใช้ภาษาไทยกันมากขึ้น เพราะวัยรุ่นเหล่านี้ส่วนใหญ่ได้รับการศึกษาที่ดีเทียบเท่ากับคนในภาคกลางหรือกรุงเทพมหานคร แต่คนทั่วไปและคนเฒ่าคนแก่ยังใช้ภาษาส่วย  เขมร ลาว เป็นภาษาหลักอยู่ ทั้งนี้ชาวตำบลดงรักส่วนใหญ่จะสามารถสื่อสารได้ทั้งท้องถิ่นตนเองและภาษาไทย

       7.4 สินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก

          ประชาชนในตำบลดงรักได้มีสินค้าพื้นเมืองและของฝากส่วนใหญ่จะเป็น น้ำผึ้งแท้เดือน 5 และผลไม้ตามฤดูกาล เช่น ลำไย ที่ประชาชนหลายครัวเรือนได้ปลูกและได้สรรหาไว้เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยียนตำบล ดงรัก

 

 

 

 

     8. ทรัพยากรธรรมชาติ

           8.1 ทรัพยากรน้ำ

                   ในอดีตแหล่งน้ำของดงรักมีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหารของคนในตำบล แต่ในปัจจุบันลำห้วยเกิดการตื้นเขินและแห้งแล้งมากในฤดูแล้ง ในฤดูน้ำหลากน้ำจะไหลเชี่ยวแรง ทำให้เกิดการกัดเซาะริมตลิ่งทำให้เกิดการตื้นเขิน บางช่วงน้ำล้นเข้าท่วมพื้นที่ทำการเกษตร ส่วนในฤดูแล้งน้ำจะเหือดแห้ง ทำให้ไม่มีน้ำเพียงพอในการทำการเกษตร

- แหล่งน้ำธรรมชาติ       ลำห้วยเส้นหลัก  มี  5   สาย ดังนี้

                             -ห้วยตาหมึก                         จำนวน  1        สาย

                             -ห้วยตาเสลา                         จำนวน  1        สาย

                             -ห้วยตาโมกข์                        จำนวน  1        สาย

                             -ห้วยตาแอม                         จำนวน  1        สาย

                             -ห้วยสวาย                           จำนวน  1        สาย

                   - แหล่งน้ำที่สร้างขึ้น       มี 7 แห่ง  ดังนี้

                             - ฝายน้ำล้นห้วยตาหมึก             จำนวน  1        แห่ง

- ฝายห้วยเสาลา                    จำนวน  1        แห่ง

- ฝายตาแอม                        จำนวน  1        แห่ง

- ฝายบ้านโนนจำปา                จำนวน  1        แห่ง

- ฝายบ้านคูสี่แจ                     จำนวน  1        แห่ง

- ฝายบ้านกลาง                     จำนวน  1        แห่ง

- ฝายบ้านแซสะโบว                 จำนวน  1        แห่ง

          8.2 ทรัพยากรป่าไม้

                     พื้นที่ป่าไม้ของตำบลดงรักมีแนวโน้มลดลง เนื่องมาจากสาเหตุสำคัญ คือ การบุกรุกทำลายป่า เพื่อต้องการที่ดินเป็นที่อยู่อาศัยและทำการเกษตร ปัจจุบันองค์การบริหารส่วนตำบลดงรักได้จัดกิจกรรมปลูกและอนุรักษ์ป่าเป็นประจำทุกปี เพื่อให้คนในตำบลดงรักเห็นคุณค่าของป่าไม้ สร้างจิตสำนึกในการหวงแหนและอนุรักษ์ทรัพยากรของแผ่นดินเกิด

         8.3 ทรัพยากรภูเขา

                     เนื่องจากพื้นที่ตำบลดงรักเป็นพื้นที่ชายแดน  ติดภูเขา  ทำให้มองเห็นทัศนียภาพภูเขา สภาพแวดล้อมที่ห้อมล้อมด้วยเขา   ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้  ป่าไม้  สัตว์ป่า และของป่าตามธรรมชาติ สร้างจิตสำนึกในการหวงแหนและอนุรักษ์ทรัพยากรของแผ่นดินเกิด

 

9. สภาพการดำเนินชีวิต

ความเป็นอยู่ของประชากรจะอาศัยอยู่รวมกันตามลักษณะของสังคมไทยสมัยก่อน อยู่อย่างเรียบง่าย รักความสงบ จะมีบางส่วนเริ่มแยกครอบครัวและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นตามยุคสมัยปัจจุบัน การจัดการในครัวเรือนขึ้นอยู่กับผู้นำครอบครัวเป็นหลัก  ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ  ประกอบอาชีพทำไร่เป็นส่วนมาก

รูปแบบการตั้งถิ่นฐาน แบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ

  1. ตั้งบ้านเรือนเป็นกลุ่มพี่น้อง เป็นกลุ่มใหญ่
  2. ตั้งบ้านเรือนตามพื้นที่การเกษตรของตนเอง

ขนบธรรมเนียมประเพณี  ยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย เช่น การบวชนาค

การแต่งงาน งานศพ รำแม่มด และประเพณีตามเทศกาลต่าง ๆ เช่น สงกรานต์ ลอยกระทง การทำบุญสารทต่าง ๆ และพิธีสำคัญทางศาสนา

สังคมชุมชน  

ไม่มีชุมชนพื้นบ้านดั้งเดิมประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลดงรักส่วนมากจะเป็นครอบครัวที่ย้าย

ถิ่นที่อยู่มาจากที่อื่น ถึงแม้ว่าจะเป็นคนต่างถิ่นย้ายมาอยู่ร่วมกัน แต่ก็อยู่ด้วยกันเป็นระบบเครือญาติพี่น้อง มีความผูกพันกันอย่างใกล้ชิด มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีขนบธรรมเนียมประเพณีเหมือนกันนับถือผู้อาวุโส  ประกอบอาชีพคล้ายกัน  มีวัดเป็นศูนย์รวมจิตใจของทุกคน

ปัญหาของชุมชน  ประชากรในตำบลดงรัก  มีอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก จึงประสบปัญหาเกี่ยวกับการประกอบอาชีพส่วนมาก  คือ

  1. ประชาชนขาดที่ทำกิน
  2. ปัญหาการที่ไม่สามารถนำน้ำมาใช้เพื่อการเกษตรได้ และขาดแหล่งกักเก็บน้ำในฤดูแล้ง
  3. ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ
  4. ถนนเพื่อการขนส่งผลผลิตการเกษตรชำรุดในฤดูฝน
  5. ขาดเงินทุนในการประกอบอาชีพ
  6. ต้องการให้ส่งเสริมอาชีพและแปรรูปผลผลิตการเกษตร
  7. ปัญหาภัยแล้งซ้ำซ้อนติดต่อกันหลายปี
  8. ปัญหาดินขาดความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากการใช้ปุ๋ยเคมีมาก

มีการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชและแมลงศัตรูพืชมาก  ซึ่งเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม

- จำนวนผู้เข้าชม จำนวน 123476 คน ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 - ปัจจุบัน